ภาพสวยได้ ถ้าใช้ ฉากหลัง (Background)เป็น !

เมื่อ “ฉากหลัง (Background)” ทำหน้าที่เป็นพระเอก “ภาพที่สวยงาม มักมี ฉากหลัง เสริมแต่ง ให้เด่นและยิ่งใหญ่” สิ่งที่พี่จืด กล่าวก็คงไม่ผิดครับ เพราะภาพถ่ายสวยๆ มากมาย ล้วนเกิดจากฉากหลัง (Background) เป็นองค์ประกอบสำคัญ เสริมแต่งให้ Subject เด่น และที่สำคัญทำให้ภาพมีเรื่องราว มีความหมายครับ ถ่ายรูป ยังไง ให้ สวย แต่คนถ่ายภาพจำนวนจำมาก มันลืมให้ความสำคัญฉากหลัง มุ่งไปที่ Subject มากกว่า ซึ่งก็ไม่ผิดครับ ผมเองก็ควรคิดเช่นนั้น แต่มีข้อแม้ว่า Subject นั้นต้องมีดี มีความน่าสนใจในตัวมันเอง หากทว่าไม่เป็นเช่นนั้น เราก็ควรหาตัวเสริมช่วย ก็คือ...

ลองคิดนอกกรอบ ผ่านกล้องมุมเสย

“สิ่งที่อยู่ในมุมกล้อง ที่เราเลือกใช้” มุมกล้องที่ผมใช้บ่อยสำหรับงานถ่ายภาพสารดี คือมุมต่ำหรือมุมเสย ซึ่งผมได้พูดไว้และเขียนลงเพจบ่อยๆ เสน่ห์ของมันคือเวลาดูภาพมันจะทำให้รู้สึกถึงความแปลกตา เพราะปกติสายตาของคนเราไม่ค่อยจะมองขึ้นหรือก้มย่อตัวมองจากมุมนี้ แต่ถ้ามองในรายละเอียดลงไป ภาพที่ปรากฏจากมุมนี้ เราจะเห็นความแปลกตาที่เกิดจากปัจจัยอื่นๆด้วยเช่นกัน ได้แก่ 1.ขนาดของวัตถุแบบที่ใหญ่เด่น จากการใช้เลนส์มุมกว้างมาก จนทำให้เกิดเปอร์สเปกทีฟ ซึ่งส่งผลต่อการเพี้ยนของขนาดวัตถุแบบ และยิ่งผสมผสานกันการวางตำแหน่งกล้องมุมต่ำจะทำให้เกิดผิดเพี้ยงมากขึ้นไปอีก มันอาจดูเป็นข้อเสียของเลนส์ หากจริงแล้วมันคือข้อดีเช่นกัน โดยเฉพาะการที่เราต้องการให้วัตุแบบบางอย่างมีความโดดเด่น อย่างเช่นภาพตัวอย่างนี้ ผมถ่ายจากมุมต่ำ โดยใช้เลนส์มุมกว้างขนาด 16mm ถ่ายเสยขึ้นในระยะใกล้แบบ ผลที่ได้คือ เกลือที่อยู่ในตะกร้าลอยเด่นขึ้นมาชัดเจน เป็นการทำให้เห็นสิ่งที่ดำเนินอยู่สื่อความหมายอย่างชัดเจน 2. เม็ดเกลือเป็นเม็ดลอยกระเด็น และน้ำหยด อันเกิดการเลือกใช้ความเร็วชัตเตอร์สูงที่ 1/2000sec ถ้าภาพนี้ผมเลือกใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำเพื่อให้เห็นการเคลื่อนไหวของแบบบ้างเล็กน้อย ภาพถ่ายออกมาก็จะให้อารมณ์ความรู้สึกอีกแบบ และไม่ได้ความชัดของเม็ดเกลือที่ผมพยายามสื่อสารบอกเล่าเรื่องราว ผมจึงเลือกใช้ความเร็วชัตเตอร์สูงดังกล่าวครับ 3.ลดรายละเอียดส่วนอื่นๆออก เพื่อเน้นที่วัตถุหลัก โดยผมเลือกใช้รูรับแสงกว้างพอสมควรคืออยู่ที่f4...

ถ่ายภาพ เลือกแนวนอนหรือแนวตั้งดี !?

"เลือกแนวนอนหรือแนวตั้งดี" ผมสอนถ่ายภาพ ลูกศิษย์ที่เริ่มต้นถ่ายภาพใหม่ ผมจะให้เขาคิดอยู่ในหัวก่อนว่าภาพที่อยู่ในหัวเรา จะเป็นอย่างไร สื่อความหมายอย่างไร จะจัดองค์ประกอบภาพอย่างไรเป็นอันดับแรก แล้วจึงค่อยคิดถึงกล้องและอุปกรณ์ และสิ่งที่ผมมักย่ำเป็นพื้นฐานง่ายๆเป็นลำดับต้นๆ คือ “คิดก่อนว่าเราจะจัดองค์ประกอบภาพในแนวนอนหรือแนวตั้ง” ...แต่สุดท้าย เราอาจเลือกทั้งแนวนอนและแนวตั้ง เพื่อเป็นทางเลือกที่มากกว่า ถ่ายรูป ยังไง ให้ สวย โดยธรรมชาติของคนถ่ายภาพ มักชอบที่จะเลือกจัดวางองค์ประกอบในแนวนอนเป็นอันดับแรก จนบางครั้งมองข้ามการจัดวางองค์ในแนวตั้งไป ไม่มีปัญหาอะไรถ้าภาพที่เกิดจากแนวนอนสมบูรณ์ลงตัวดีแล้ว แต่กระนั้นก็เถอะถ้าไม่ได้ลองขยับกล้องมองมุมในแนวตั้งดูบ้าง เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าแนวนอนที่เราถ่ายนั้นดีที่สุด ทางที่ดีก่อนจะกดบันทึกภาพนั้นๆ ให้ลองจัดองค์ประกอบไปมาดูหรือไม่ก็บันทึกถ่ายมาทั้งสองแนว เรียกได้ว่า เรามีให้เลือกทั้งแนวนอนและแนวตั้ง ก็ดีกว่ามีแค่ภาพแนวใดแนวหนึ่งเท่านั้น กรณีศึกษาในภาพนี้ : โดยภาพนี้ผมถ่ายนางแบบ เพื่อสื่อความหมายบรรยากาศรอบๆ ของสถานที่ท่องเที่ยว โดยมีจุดเด่นตรงที่แนวถนนที่ขนาบด้วยป่า แรกเริ่มถ่ายภาพมุมกล้องจากแนวนอน ซึ่งก็เป็นส่วนใหญ่ในการบันทึกภาพในโลเคชั่นนี้และจับจังหวะการโพสต์ท่าของนางแบบ...

4สาเหตุ ทำให้ภาพไม่คมชัด

“4สาเหตุ ทำให้ภาพไม่คมชัด” สิ่งที่เป็นปัญหาสำหรับมือใหม่หรือช่างภาพหลายคน คือการถ่ายภาพแล้ว ภาพไม่ชัด ยิ่งถ้าเป็นภาพสำคัญเวลาถ่ายออกมาแล้วหรือขยายดู ปรากฏว่าทำไมมันไม่ชัด (สมัยพี่จืดฝึกถ่ายภาพใหม่ๆ ก็เคยเป็นครับ) พี่จืดก็เลยรวบรวมปัญหาหลักๆ ที่ทำให้ภาพถ่ายไม่ชัดมีอะไรบ้าง พร้อมกับข้อแนะนำและแก้ไข ไปดูกันครับ 1. ถือกล้องไม่นิ่ง เป็นปัญหาสำหรับมือใหม่จริงๆ ที่เชื่อว่าหลายคนเคยเป็นสมัยฝึกถ่ายภาพใหม่ๆ ไม่สามารถควบคุมกล้องให้นิ่งในเวลาถือกล้องกดชัตเตอร์ถ่ายภาพ ซึ่งเกิดขึ้นจากการถือกล้องผิดวิธี โดยเฉพาะสมัยนี้ จะชอบในการมองภาพผ่านจอแสดงผล มากกว่าการมองผ่านช่องมอง (Viewfinder) ซึ่งการมองผ่านจอแสดงผลที่หลังกล้อง จะทำให้มือของเราทั้งสองข้างยืนออกไปจากลำตัว ทำให้เกิดการสั่นไหวได้ง่าย การแก้ไข : ลองเปลี่ยนพฤติกรรมมามองผ่านช่องมองภาพ (สำหรับคนที่ใช้กล้องDSLR, mirrorless ) โดยการมองผ่านช่องมองภาพ (Viewfinder) จะทำให้ลำแขนทั้งสองข้างแนบลำตัว ทำให้มีหลักยึดจะช่วยสร้างความมันใจในเวลากดชัตเตอร์ นอกจากนี้การยืนด้วยสองเท้าเต็มให้มั่นคงและหาที่ยึด...

ทำความรู้จักกับ “Depth of Field”

เทคนิคการทำให้ “ชัดลึก-ชัดตื้น” (Depth of Field) ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ภาพถ่ายมีความน่าสนใจ ที่นอกจาการจัดองค์ประกอบภาพที่ลงตัวแล้ว การควบคุมความระยะชัดลึกของภาพ (Depth of Field) ก็นับเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดความเด่น จุดน่าสนใจและอารมรณ์ของภาพที่ถ่ายออกมาจากความรู้สึกนึกคิดของช่างภาพ ภาพที่ถ่ายสวยมากกมายที่ทำให้เกิดจากฉากหลังเบลอเพื่อเน้นความสำคัญที่วัตถุแบบหลัก และเช่นกันภาพจำนวนไม่น้อย เกิดจากการควบคุมความชัดลึก เพื่อถ่ายทอดรายละเอียดของภาพนั้นออกมา จึงไม่ปฏิเสธได้ว่า “ความชัดลึกชัดตื้น” มีความสำคัญที่คนถ่ายภาพต้องเรียนรู้ทำความเข้าใจ ระยะชัดลึกหรือความชัดลึกชัดตื้น(Depth of Field) คือความคมชัดที่ปรากฏในภาพถ่ายตั้งแต่ส่วนหน้าจนถึงหลัง โดยภาพที่ปรากฏความชัดลึกมากหรือน้อย รูรับแสง เป็นปัจจัยแรกในการกำหนดและควบคุม ส่วนปัจจัยอื่นที่ส่งผลได้แก่ ขนาดทางยาวโฟกัสของเลนส์ที่ใช้ และอีกปัจจัยคือ ระยะห่างหรือใกล้ ระหว่างวัตถุแบบหลักกับฉากหลัง #เรียนถ่ายภาพกับพี่จืด @TheArtOfPhotoTH

เลนส์ซูมคืออะไร?

เลนส์ซูมคืออะไร? คราวที่แล้วเราพูดถึงเล่น Fix ไปแล้ว ต่อเนื่องมาถึงเลนส์ที่เรียกกันว่าเลนส์ซูม ( Zoom Lens ) กันบ้าง แน่นอนว่าเป็นเลนส์ที่มีความแตกต่างจากเลนส์ Fix หรือทางยาวโฟกัสเดี่ยว ชัดเจน คือเลนส์ซูมมีหลายทางยาวโฟกัสซึ่งมีอยู่ในเลนส์ตัวเดียว ข้อดีของมันสามารถเลือกเปลี่ยนทางยาวโฟกัสได้อย่างสะดวก หรือเวลาปรับเปลี่ยนองค์ประกอบภาพก็สามารถทำได้โดยทันทีครับ เลนส์ซูมแบ่งย่อยออกไปตามการใช้งาน ซึ่งมีทั้งเลนส์ในช่วงไวด์ถึงเทเลโฟโต้ กล่าวคือ เลนส์ซูมไซด์​ เช่น 16-35mm,10 -20 mm เป็นต้น ซูมจำพวกเทเลโฟโต้ เช่น 70-200mm, 100-400 mm เป็นต้น และยังมีเลนส์ซูมช่วงกลาง (Standard Zoom) หรือที่รู้จักกันดีเป็นเลนส์(แถม) ติดมากับกล้อง จึงถูกเรียกว่าเลนส์คิทนั่นเอง เลนส์ช่วงนี้ เช่น 24-70mm,24-120mm,18-55mm เป็นต้น...

ทำความรู้จักกับเลนส์ Fix

“เลนส์ Fix ไม่ใช่แค่เลนส์ 50mm” มีความเข้าใจผิดกันพอสมควร ทั้งที่ได้ยินกันและพี่จืดถูกถามในเรื่องนี้บ่อยๆ กับความเข้าใจว่าเลนส์ FiX คือเฉพาะเลนส์ 50 mm เท่านั้น แต่ความจริงคำว่าเลนส์ Fix หรือ Prime Lens หมายถึงประเภทเลนส์ที่มีค่าทางยาวโฟกัสเดี่ยว ซึ่งมีอยู่ในทุกกลุ่มของเลนส์ทั้งเลนส์ไวค์ และเลนส์เทเลโฟโต้ เช่น 24mm, 35mm, 50mm, 85mm, 200mm, 500mm เป็นต้น โดย เลนส์ Fix (เลนส์เดี่ยว) เป็นเลนส์ที่ไม่สามารถเปลี่ยนทางยาวโฟกัสเลนส์ได้ เวลาถ่ายภาพ หากจัดองค์ประกอบที่ต้องการให้ภาพใกล้หรือไกล ก็ต้องอาศัยการเดินเข้าใกล้หรือถอยห่างออกมา เลนส์ในประเภทนี้มีการผลิตมาใช้ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นกล้องถ่ายภาพ จนถึงปัจจุบันก็ยังมีการผลิต พัฒนาคุณภาพ และนิยมใช้จนถึงปัจจุบัน ส่วนเลนส์ 50 mm ก็เป็นหนึ่งเลนส์Fix ที่มีทางยาวโฟกัสเดียว หรือเราจะเรียกว่าเลนส์นอร์มอลขนาด 50 mm โดยใช้กับกล้องDSLR และMirrorless...

กล้อง DSLR กับ Mirrorless แตกต่างกันอย่างไร แบบไหนดี?

เป็นคำถามที่ถามพี่จืดมากันเยอะ พี่จืดก็เลยเอามาบอกกล่าว และเผื่อใครยังไม่รู้ ลองอ่านกันดูครับ DSLR คือ กล้องดิจิตอลแบบสะท้อนเลนส์เดี่ยวหรือเรียกสั้นๆ DSLR (Digital Single Lens Reflex) มีระบบการทำงาน คือ แสงสะท้อนจากวัตถุจะผ่านเลนส์เข้าไปยังกล้อง ซึ่งภายในมีกระจกสะท้อนภาพวางมุม 45 องศา เพื่อสะท้อนภาพขึ้นสู่ปริซึม 5 เหลี่ยม (Penta Prism) ภาพที่เห็นในช่องมองภาพจะเป็นภาพที่ถูกต้อง เมื่อกดชัตเตอร์ถ่ายภาพระบบกลไกของกล้องจะทำให้กระจกสะท้อนภาพกระดกตัวขึ้นด้านบน พร้อมกับม่านชัตเตอร์ก็จะเปิดออก ให้แสงผ่านตรงเข้าไปยังเซ็นเซอร์ภาพ (Image Sensor) ซึ่งเซ็นเซอร์ภาพจะเปลี่ยนแสงเป็นสัญญาณไฟฟ้า ผ่านมายังตัวประมวลผล (Processor) ที่แปลงจากสัญญาณไฟฟ้าเป็นภาพ โดยภาพนั้นจะถูกเก็บหรือบันทึกในไฟล์ภาพรูปแบบต่างๆ อีกที เช่น ไฟล์ JPEG, ไฟล์ RAW...

เปลี่ยนอารมณ์ภาพด้วย White Balance

"ทำไมต้อง ไวท์บาลานซ์" เมื่อก่อนสมัยใช้กล้องฟิล์ม ซึ่งฟิล์มส่วนใหญ่จะถูกเซ็ตปรับไวท์บาลานซ์ไว้ที่ Daylight แบบเดียว เวลาถ้าหากอุณหภูมิสี สูงกว่าหรือน้อยกว่าภาพถ่ายก็จะมีโทนแสงที่ผิดเพี้ยนไป ถ้าต้องแก้ไขให้ถูกต้องก็ต้องใช้ฟิลเตอร์แก้สีเข้ามาช่วยในตอนถ่าย            ( เราจึงเห็นช่างภาพมืออาชีพจะพกฟิลเตอร์เป็นจำนวนมาก ) หรือไม่ก็นำมาแก้สีที่แล็ปอัดล้างรูปเท่านั้น ไวท์บาลานซ์ คือการปรับสมดุลแสงในกล้องถ่ายภาพ เพื่อทำให้เกิดการสมดุลของสีในกระบวนการถ่ายภาพที่ถูกต้อง ตรงตามจริงที่ถ่ายหรือตามความต้องการของผู้ถ่าย ผู้ถ่ายภาพสามารถตั้งค่าไวท์บาลานซ์ไว้ที่ออโต้ได้ตลอดเวลา หรือไม่ก็เลือกค่าตามที่มีอยู่ในกล้องให้เหมาะกับสภาพของแสงกล้อง ดิจิตอลบางรุ่นจะกำหนดค่าไวท์บาลานซ์เป็นองศาเคลวินแต่ส่วนใหญ่เป็นค่าที่กำหนดมาไว้สำหรับสภาพแสงต่างๆ เช่น แสงพระอาทิตย์ตอนกลางวัน (Daylight) แสงจากหลอดไส้ (Tungsten) และแสงในร่ม (Shade) เป็นต้น ตามปกติแล้วกล้องจะปรับค่าไวท์บาลานซ์ให้ เอง แต่บางครั้งผู้ถ่ายภาพอาจต้องการเลือกค่าไวท์บาลานซ์เอง เพื่อเก็บสีสันของภาพให้ตรงความเป็นจริง หรือให้แน่ใจว่าค่าสีที่ต้องการชดเชยนั้นออกมาถูกต้อง เพราะบางครั้งการที่ตั้งค่าไวท์บาลานซ์ไว้ที่ออโต้ ก็ไม่ได้ช่วยให้ภาพถ่ายออกมาถูกต้องเสมอไป โดยกล้องจะพยายามวิเคราะห์สีที่เห็นในภาพ และพยายามทำให้ภาพนั้นดูเป็นปกติ...

เทคนิค การเลือกฉากหลัง (Background)

ในการจัดองค์ประกอบภาพ ฉากหลังเป็นส่วนสำคัญทำให้ภาพถ่ายดูน่าสนใจ และยังเสริมให้วัตถุแบบหลักมีคุณค่าและสามารถเล่าเรื่องได้จากฉากหลัง แต่ในทางตรงกันข้ามหากผู้ถ่ายภาพไม่เลือกฉากหลังที่ดีพอ มันก็ทำให้ภาพถ่ายดูด้อยเช่นกัน https://www.youtube.com/watch?v=_JJm2vpT350 สิ่งที่ควรรู้ :เรียนรู้การใช้การสร้างฉากหลัง ที่เสริมให้ภาพเด่นและสร้างเรื่องราวให้กับภาพ ข้อสำคัญฉากหลังจะต้องไม่ทำให้แบบวัตถุหลักดูด้อยจนภาพถ่ายออกมาไม่น่าสนใจ โหมดที่ใช้ : A (AV), M เลนส์ที่เหมาะสม : ทุกช่วงเลนส์ แบบฝึกหัด : ฝึกการถ่ายด้วยการใช้ฉากหลังที่ดูเรียบง่าย แต่แบบมีความโดดเด่น และการใช้ฉากหลังที่หลากสีจนขับให้ภาพดูน่าสนใจ แต่ข้อสำคัญวัตถุแบบจะต้องดูไม่กลมกลืนไปกับสีสันของฉากหลัง ควรใส่ชุดโทนสีที่อ่อนกว่า นอกจากนี้ผู้ฝึกถ่ายภาพ อาจจะลองหาฉากหลังที่บอกเล่าเรื่องของสถานที่ได้โดยเพียงแค่มองภาพ ซึ่งฉากหลังลักษณะนี้จะช่วยทำให้ภาพเสริมคุณค่าของภาพได้อย่างมาก  

บทความยอดนิยม