ระบบวัดแสงในกล้องหลักๆ มีให้เลือกใช้งานกัน 3 ระบบใหญ่ๆ ที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลาย คือ ระบบวัดแสงแบบเฉพาะจุด ระบบวัดแสงแบบเฉลี่ยหนักกลางภาพ และระบบวัดแสงแบบเฉลี่ยทั้งภาพ (ในบางค่ายยี่ห้อกล้องมีระบบวัดแสง 4 แบบ หรืออาจใช้สัญลักษณ์และชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป) เรามาดูกันครับว่า มีอะไรบ้าง และแต่ละแบบทำงานอย่างไร และเหมาะกับการถ่ายภาพอะไรบ้าง ไปดูกันครับ เทคนิค การ ถ่ายรูป

“ระบบวัดแสงเฉพาะจุด (Spot Metering)”

ระบบนี้จะมีอยู่ในกล้อง DSLR, Mirrorless แทบทุกรุ่น โดยจุดกำเนิดของระบบวัดแสง ทำขึ้นเพื่อรองรับความต้อง การของนักถ่ายภาพมืออาชีพ เพราะการวัดแสงจะกระทำลงบนพื้นที่จุดกึ่งกลางหรือวงกลมเล็กๆ ในช่องมองภาพ ระบบจะเน้นเฉพาะจุดเล็กๆ ตรงกลางหรือวัตถุตรงกลางภาพเพื่อนำมาคำนวณค่าแสงเท่านั้น ทำให้กล้องเลือกออกมาเป็นค่าแสง (EV) ที่เมื่อถ่ายออกมาแล้วจะทำให้วัตถุที่อยู่ตรงกลางภาพเป็น สีเทากลาง นับว่าระบบวัดแสงนี้มีความแม่นยำสูง แต่ก็มีโอกาสผิดพลาดสูงเช่นกัน ถ้าพื้นที่ของวงกลมเล็กไปอยู่ในส่วนที่ไม่ต้องการ จะทำให้ค่าแสงผิดพลาดไปจากที่ต้องการ

สิ่งที่ควรรู้:
1.กล้องจะวัดแสงพื้นที่จุดเล็กๆเพียง 1-3 % ภาพ
2.กล้องจะวัดแสงเพียงจุดเดียวบนภาพโดยไม่สนใจจุดอื่นๆบนภาพ
3.ให้ค่าตัวเลขค่าแสงที่แน่นอน เมื่อวิเคราะห์ปรับชดเชยแสงตามค่าเท่ากลาง 18%
4.ระบบวัดแสงนี้ใช้งานได้ดีกับสภาพแสงซับซ้อน

ถ่ายรูป ยังไง ให้ สวย

“ระบบวัดแสงเฉลี่ยหนักกลางภาพ (Center-Weighted Average Metering)”

เป็นระบบวัดแสงเริ่มแรกที่มีอยู่ในกล้องส่วนใหญ่ โดยเฉพาะกล้องรุ่นเก่าๆ จะมีระบบ วัดแสงแบบนี้เป็นมาตรฐาน กล้องจะทำหน้าที่วัดแสงบริเวณพื้นที่กลางภาพและพื้นที่รอบๆ เช่นในอัตราส่วน 60 : 40% หรือ 75 : 25% โดยมีขอบเขตพื้นที่กลางภาพประมาณ 2 ใน 3 ส่วนของพื้นที่ทั้งหมด
จากกระบวนการทำงานจะให้ความสำคัญกับโทนสีตรงบริเวณวงกลมกลางภาพ มากกว่า บริเวณพื้นที่รอบๆ ผู้ถ่ายภาพที่ใช้ระบบวัดแสงนี้ก็จะพิจารณาเพียงโทนสี ซึ่งปรากฏอยู่ในวงกลม กลางภาพว่าเป็นโทนสีใดเท่านั้น เทา ขาว หรือดำ จากนั้นจึงปรับชดเชยแสง ซึ่งหากเกิดข้อผิดพลาดก็จะน้อยมาก เพราะระบบได้นำเอาพื้นที่วงนอกมาพิจารณาเป็นการถ่วงดุลอยู่แล้วด้วย การทำงานที่ซับซ้อนน้อยกว่าเช่นนี้ ทำให้เกิดความผิดพลาดน้อย ใช้งานรวดเร็วกว่าและวัดแสงในจุดเล็กๆได้ดีพอสมควร

สิ่งที่ควรรู้:
1.กล้องจะวัดแสงบริเวณพื้นที่กลางภาพเป็นหลักที่ประมาณ 70 %
2.เหมาะกับการถ่ายภาพที่วัตถุหลักอยู่ตรงกลางภาพ
3.ไม่เหมาะกับการถ่ายภาพย้อนแสง

ระบบวัดแสงเฉลี่ยทั้งภาพ (Metrix Metering, Evaluative Metering)

โดยระบบวัดแสงชนิดนี้ ได้พัฒนารูปแบบมาจากแนวคิดของระบบวัดแสงแบบเฉลี่ยหนักกลางภาพ แต่เพิ่มส่วนเน้นในการวิเคราะห์ค่าแสงของพื้นที่ ซึ่งเป็นฉากหลังมากยิ่งขึ้น เช่น จากเดิม60 : 40% (ตรงกลาง 60% พื้นที่รอบๆ 40%) มาเป็น 40 : 60% หรือ อาจจะเป็น 30 : 70% แล้วแต่บริษัทผู้ผลิต ทำให้การคำนวณค่าแสงของวัตถุที่จะถ่ายต้องวิเคราะห์เฉลี่ยทั่วทั้งภาพ การวัดแสงแบบนี้จะผิดพลาดน้อยมาก เมื่อภาพที่ถ่ายมีสภาพแสงใกล้เคียงกันทั้งภาพ และผิดพลาดได้มากเมื่อภาพมีสภาพแสงแตกต่างกันมาก

สิ่งที่ควรรู้:
1.ให้ความสำคัญพื้นที่วัดแสงตั้งแต่กลางภาพ ฉากหน้า ฉากหลัง
2.มักเป็นระบบที่เป็นค่าเริ่มต้นและใช้มากที่สุด
3.เหมาะกับการถ่ายภาพทุกชนิดและรวมถึงภาพย้อนแสง

ระบบวัดแสงบางส่วน (Partial Metering )

เทคนิค ถ่ายรูป ให้ สวย

ระบบมีจะมีอยู่ในกล้องบางค่ายเท่านั้น เช่นค่ายCanon ซึ่งอย่างที่กล่าวไว้ตอนต้น ระบบวัดแสงหลักๆ จะมีด้วยกัน 3 แบบใหญ่ๆ แต่ระบบนี้รู้ไว้ใช้ว่า และเผื่อท่านที่มีระบบนี้ ซึ่งระบบนี้จะมีความคล้ายคลึงกับระบบวัดแสงเฉพาะจุดอยู่บ้าง แต่พื้นที่การสัดแสงจะกว้างกว่าเล็กน้อย

โหมดนี้จะวัดความสว่างของพื้นที่ฉากหลังที่มีความสว่าง คือจะทำการวัดแสงในพื้นที่เล็กและส่วนรอบๆ สามารถใช้เมื่อถ่ายภาพพอร์ตเทรตโคลสอัพ

เรียน ถ่าย ถาพ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here