เทคนิคถ่ายภาพ : ต้มทะเล…ให้เดือดให้เปื่อ
ผมไม่ได้เอาอะไรไปต้มทะเลทั้งอ่าวหรือมหาสมุทรอะไรหรอกครับ ซึ่งแบบนั้นก็คงทำไม่ได้อยู่ดี แต่ผมกำลังหมายถึงหรือการแนะนำเทคนิคการสร้างภาพถ่ายภาพทะเลในแบบ 2 เทคนิค 2 อารมณ์ที่แตกต่างกัน ซึ่งเราคงเคยเห็นภาพ ภาพพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกที่ท้องน้ำทะเลดูนุ่มนวลราวสายหมอกตัดกับสีสัน (แสงระเบิด) ของท้องฟ้า และอีกภาพที่คลื่นน้ำทะเลกระทบหินที่แตกกระจายพุ่งขึ้นราวกับน้ำเดือด สิ่งที่เกิดขึ้นในทั้ง2 ภาพนี้เกิดจากการใช้ความเร็วชัตเตอร์ (Shutter Speed) ที่แตกต่างกัน “ชัตเตอร์เปลี่ยนอารมณ์ภาพเปลี่ยน ครับ”

…ถ่ายอย่างไร มีเทคนิคอะไรบ้าง มาดูกันเลยครับ เทคนิค การ ถ่ายรูป

“ต้มทะเลด้วย ความเร็วชัเตอร์สูง (High Shutter Speed)”

เริ่มต้นด้วยการหาโลเคชั่นที่พอเหมาะ จะต้องมีโขดที่โดดเด่น อยู่บริเวณชายหาด มีสภาพแวดล้อมที่ลงตัว โดยเฉพาะฉากหลัง (Background) และข้อสำคัญเป็นจังหวะที่น้ำขึ้น คลื่นทะเลซัดเข้าหาฝั่ง ยิ่งคลื่นแรงยิ่งดีครับ การแตกกระเซ็นของน้ำเวลากระทบหินจะกระจายดุดันมาก และถ้าเราเลือกใช้ชัตเตอร์สูง เช่น ความเร็วชัตเตอร์ที่ 1/800sec หรือ1/1000sec ภาพที่ออกมาจะทำให้การหยุดน้ำให้นิ่งแข็งราวกับถึงจุดเดือดน้ำพุ่งกระจาย 

Exposure Value: S 1/1000sec f/4 IS0 1200
Lens: Lens: EF 16–35mm f/2.8L
Focal Length:16 mm

Exposure Value: S 1/1000sec f/8 IS0 800
Lens: Lens: EF 70–300mm
Focal Length:300 mm

Exposure Value: S 1/1000sec f/8 IS0 800
Lens: Lens: EF 70–300mm
Focal Length:300 mm

เทคนิคนี้ยังสามารถถ่ายคลื่นทะเลที่ซัดเข้าหาหาดทรายโดยตรง โดยเราใช้ความเร็วชัตเตอร์ระดับที่ 1/200- 1/500Sec ภาพจะเกิดเป็นฟองน้ำสีขาวราวกับน้ำเข้าใกล้จุดเดือดในอีกไม่ช้า

Exposure Value: S 1/200sec f/8  IS0 400
Lens: Lens: EF 16–35mm f/2.8L
Focal Length:16 mm

“ต้มทะเลด้วย ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ (Low Shutter Speed )”

จากการใช้ความเร็วชัตเตอร์สูงมาเปลี่ยนเป็นการใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำกันบ้าง หรือที่ผมเปรียบเทียบจากต้มให้เดือด และเคี่ยวจนเปื่อย จากคลื่นทะเลที่ซัดเข้าหาฝั่งหรือโขดหินจะกลายเป็นภาพที่ดูนุ่มนวลราวกับสายหมอกที่ไหลซอกซอนไปตามโขดหินหรือเป็นแผ่นผืนท้องน้ำทะเล

Exposure Value: S 25sec f/22 IS0100
Lens: Lens: EF 16–35mm f/2.8L
Focal Length:20 mm ND

การเคี่ยวให้ดูนุ่มนวลโดยการใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ จะอยู่ที่ประมาณ 15วินาที 25 วินานาทีหรือมากกว่านี้ แต่ข้อสำคัญคือ หากเราไม่สามารถเปิดชัตเตอร์ให้นานได้ตามต้องการ เพราะด้วยสภาพแสงตอนนั้นจะค่อนข้างสว่าง แม้ว่าจะเลือกใช้รูรับแสงแคบที่สุด หรือใช้ความไวแสง (ISO) ต่ำสุดแล้วก็ตาม ก็ไม่สามารถลดความเร็วชัตเตอร์ลงได้ ฉะนั้นเราต้องต้องใช้ฟิลเตอร์ ND เข้ามาช่วยในการลดค่าแสงลง ซึ่งฟิลเตอร์ND มีหลายเบอร์ให้เลือก เช่น ND8 ND10 เป็นต้น ซึ่งฟิลเตอร์ND จะทำหน้าที่ในการช่วยลดแสงลง ลดเท่าไหร่ก็อยู่ที่เลือกใช้ โดยในภาพชุดนี้ผมใช้ ND10 จะทำให้ลดแสงลงถึงประมาณ 10 สตอป โดยความเร็วชัตเตอร์เฉลี่ยที่ได้จะอยู่ที่ประมาณ 25 วินาที เพียงพอในการทำให้คลื่นน้ำทะเลเบลอจนพลิ้วไหวนุ่มนวลราวกับสายหมอก

Exposure Value: S 25sec f/11 IS0100
Lens: Lens: EF 16–35mm f/2.8L
Focal Length:16 mm ND
ข้อสำคัญสำหรับเทคนิคนี้ ควรจะถ่ายในช่วงเช้าหรือพระอาทิตย์ขึ้นและตก เพราะสีสัน (แสงระเบิด) ของท้องฟ้าในช่วงเวลาดังกล่าวจะทำให้ภาพสวยโดดเด่นและแปลกตาน่าสนใจอย่างมาก และอีกอย่างสิ่งที่ขาดไม่ได้คือขาตั้งกล้อง เพราะเราต้องเผชิญกับความเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำสุดๆ ที่ไม่สามารถถ่ายด้วยมือเปล่าได้อย่างแน่นอนครับ
Exposure Value: S 25sec f/11 IS0100
Lens: Lens: EF 16–35mm f/2.8L
Focal Length:16 mm ND
Exposure Value: S 25sec f/11 IS0100
Lens: Lens: EF 16–35mm f/2.8L
Focal Length:16 mm ND

Exposure Value: S 20sec f/11 IS0100
Lens: Lens: EF 16–35mm f/2

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here